ปกติบอกเลยว่า ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่ผมเก็บนี่ จะออกแนว Horror ที่ต้องมีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ และทำร้ายคนเป็นตัวชูโรง จะเป็นสัตว์อะไรก็ได้ จะเป็นแมลง จิ้งจกตุ๊กแกหรืออะไรก็ตาม ถ้ามีขนาดใหญ่ และดุร้าย ไล่ล่าคนเป็นอาหารจานหลักล่ะก็ เข้าทางผมทันทีครับ ต้องมีอันสอยหรือโหลดมาให้ได้แทบทุกเรื่อง
สำหรับตัวผมนี่ ถ้าให้เลือกหนังแนวสัตว์ยักษ์โหดนี่ ผมจะต้องยกให้แบบนอนมา 3 อันดับแรกคือ 1. จระเข้ยักษ์ 2.งูยักษ์ 3.ปลาฉลามยักษ์ และช่วงนี้ หากมี member ท่านไหนสังเกตว่า ผมเขียนนิยายระทึกขวัญเกี่ยวกับจระเข้ยักษ์อยู่เรื่องหนึ่งคือ "ลำน้ำมรณะ" อยู่ และยังลงไม่จบเรื่อง ผมบอกได้เลยว่า ของสะสมงวดนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ผมตั้งแต่ยังเด็กเลยทีเดียว ที่จะเขียนเรื่องสั้น หรือนวนิยายเกี่ยวกับการไล่ล่าจระเข้ยักษ์โดยเฉพาะครับผม และวันนี้ เรามาดูกัน สำหรับแรงบันดาลใจทั้งหมดที่ทำให้ผมกล้าลองกล้าเขียนงาน

Lake Placid : โคตรเคี่ยมบึงนรก ภาค 1-3
ภาคแรก
ผมต้องบอกก่อนเลยว่า เรื่อง Lake Placid เป็นหนังแนวจระเข้ยักษ์เรื่องแรกในชีวิตที่ผมมีโอกาสได้ดู และเป็นหนังเรื่องแรกที่ทำให้ผมได้มีโอกาสได้นั่งดูหนังในโรงภาพยนตร์กับคุณแม่ เรื่องนี้ฉายตอนปี 1999 ตอนผมอายุ 9 ขวบพอดี และต้องบอกว่า เรื่องนี้อิงทฤษฎีทั้งทางชีวะวิทยา เข้ากับเรื่องวิชาสิ่งแวดล้อมได้ดีทีเดียว เนื้อเรื่องก็สนุก ลุ้นดี อีกทั้ง ระบบภาพเสียง CG Effect ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมและเนียนมาก จระเข้มีทั้งผสมผสานทั้ง CG และหุ่น แต่กลับทำออกมาได้เนียนและดูลึกลับน่ากลัว
ภาคสอง
ได้เห็นข่าวในเว็บ Animalattack.info ตอนปี 2007 ทำให้ผมตื่นเต้นเลยว่า เฮ้ย !! มันมีภาคต่อแล้วเหรอ อยากดูมากๆ เนื้อเรื่องจะเป็นยังไง ผมมีโอกาสได้ดู DVD แผ่นแท้ตอนช่วงต้นปี 2008 พอดี เนื้อเรื่องก็เป็นเหตุการณ์ต่อจากภาคแรกแหละครับ ลูกจระเข้ 4 ตัวที่เป็นลูกของจระเข้ยักษ์ตัวเมียตัวผู้จากภาคแรก ได้โตแล้ว และแน่นอนว่ามันโหดร้ายกว่ารุ่นพ่อแม่ แต่คนที่เลี้ยงมัน กลับไม่ใช่นางโดเรเลส บิ๊กเกอร์แมนในภาคแรก เธอหายตัวไปอย่างลึกลับ เป็นเหตุให้นางเซดี้ บิ๊กเกอร์แมน ผู้เป็นน้องสาว และอยู่บ้านห่างจากบ้านของโดเรเลสไปไม่เท่าไหร่ ทำหน้าที่เลี้ยงดูแทน โดยการให้กินเนื้อที่ฉีดสารเร่งเนื้อโตเข้าไปด้วย แต่เรื่องนี้ทำให้ดูด้อยค่าตรงที่ CG ห่วยแตกมาก สู้ภาคแรกที่ลงทุนสูงอย่างไม่ได้แม้แต่น้อย
ภาคสาม
ผมถึงกับเหวอรับประทานไปเลย เมื่อรู้ข่าวและได้ดูตัวอย่างจาก Youtube ตอนปี 2010 ว่า Lake Placid จะมีภาค 3 และฉายทางช่อง Scifi-Horor ของทาง USA ผมบอกตรงๆเลยว่าเริ่มส่ายหน้า เพราะภาค 2 ทำไว้แย่ แต่ก็แย่ตรงที่ CG ซะเป็นส่วนใหญ่ บวกกับจุดบอดในเนื้อเรื่องมีไม่กี่จุด แต่ภาค 3 นี่ยิ่งทำให้จุดด้อยของภาค 2 ระเบิดทะลุออกมาจนผมยี้หนังเรื่องนี้ไปเลย ผมลงทุนโหลดแบบ Raw ไฟล์มาดูก่อนที่ทาง CVD ของไทยจะซื้อ License มาทำแผ่นขายในเมืองไทยซะด้วยซ้ำ และต้องบอกเลยว่า "แย่กว่าภาค 2 อย่างยิ่ง" ทั้งเนื้อเรื่อง บท CG เละเทะไปหมด และที่สำคัญคือ ความสมจริงในเหตุการณ์ หายไปหมดจนไม่เหลือเค้าของภาคแรกเลยแม้แต่น้อย ส่วนเนื้อเรื่องคร่าวๆก็คือ หลังจากนายอำเภอไรลีย์พระเอกภาค 2 ได้ช่วย เอ็มม่านางเอกเก็บไข่ที่จระเข้ยักษ์ในภาคสอง ได้วางไว้ในรังกลางป่าไปแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าก่อนหน้าที่ทั้งสองจะเจอไข่ชุดนี้ มันมีไข่บางใบนั้น ฟักตัวเรียบร้อยแล้ว โดยน่าจะฟักในช่วงก่อนที่เหตุการณ์ในภาค 2 จะเกิดขึ้น ลูกจระเข้ประมาร 4-5 ตัวได้ไปซ่อนตัวจากเหตุการณ์ที่พ่อแม่และญาติๆของมันถูกไล่ล่าในช่วงภาค 2
และเมื่อเหตุการณ์ภาค 2 จบลง พ่อแม่และลุงน้าอะไรของมัน โดนระเบิดหัวจนเละไปหมดแล้ว พวกมันได้ออกมาจู่โจมนักท่องเที่ยวในภาคสาม และตัวเอกของภาคนี้ เป็นหลานชายของ เซดี้ บิ๊กเกอร์แมน ซึ่งมีอาชีพเป็นนักอนุรักษ์ และได้มรดกทางพินัยกรรมเป็นบ้านริมทะเลสาบ หลังเดียวกันกับในภาคสองต่อจากเซดี้นั่นเอง

จากซ้ายไปขวา
Black Water : เหี้ยมกว่านี้ไม่มีในโลก
เรื่องนี้จัดว่า "โหด ดิบ สยอง" ได้แบบสุดๆเลยทีเดียว จระเข้เรื่องนี้ไม่ถึงกับใหญ่มาก แต่มันโหดและรวดเร็ว อีกทั้ง CG ยังทำได้เหมือนจริง เนื้อเรื่องกล่าวถึง กลุ่มเพื่อน 3 คนที่ว่าจ้างไกด์ให้พาล่องเรือไปตกปลาในเวิ้งน้ำบริเวณปากแม่น้ำแห่งหนึ่ง แต่กลับโดนจระเข้ตัวหนึ่งโจมตี ท้ายสุด รอดชีวิตเพียงคนเดียว ผมกล้าการันตีเลยว่า เรื่องนี้ แม้จระเข้จะไม่ใหญ่ยักษ์ แต่มันดูระทึก หวาดเสียว และดูสมเหตุสมผลมากเหมือนกัน จัดว่าในปี 2007 ภาพยนตร์จระเข้ยักษ์ บูมมากทีเดียว ไหนจะ Primeval , Lake Placid 2 , Rogue , Black Water , Supergator
Rogue : ตำนานโหดโคตรไอ้เคี่ยม
ใครได้ดูเรื่องนี้ ผมว่าต้องยกนิ้วให้เลยทีเดียว เพราะตัวหนังทำได้ดูหวาดเสียว น่ากลัว ระทึกไปในตัว หนังทั้งเรื่องแทบหาเสียง Background Music ไม่ได้เลย บทไอ้เข้จะโผล่ก้โผล่มาเอาดื้อๆ CG จัดว่าทำได้เนียนพอๆกับเรื่อง Lake Placid กับ Black Water เลยทีเดียว เนื้อเรื่องก็จัดว่าดี จระเข้ยักษ์ในเรื่องก็ทำให้รู้สึกว่า มันใช้สัญชาตญาณของสัตว์ออกมาได้สมจริงเหมือนเรื่อง Lake Placid เลย (แถมเป็นจระเข้น้ำเค็มเหมือนกันด้วย)
เนื้อเรื่องก็กล่าวถึง กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ล่องแม่น้ำชมจระเข้ในร่องแม่น้ำออสเตรเลีย แล้วได้เห็นพลุสัญญาณของคนๆหนึ่งจากฟากไกลๆจากอีกจุดหนึ่งของร่องแม่น้ำ จนท้ายสุด เรือของกรุ๊ปทัวร์ต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อจะตามสัญญาณไปช่วย แต่เมื่อไปก็พบเพียงซากเรือที่ล่มไป และพวกเขาก็ถูกโจมตีโดยจระเข้ยน้ำเค็มยักษ์ จนเรือแตก พวกเขาจึงต้องหนีไปอยู่บนเกาะดินกลางเวิ้งน้ำที่ซึ่ง เมื่อเริ่มมืด น้ำจะขึ้นและจะทำให้เกาะดินกลางเวิ้งน้ำค่อยๆจมน้ำไป พวกเขามีทางเลือกคือ ต้องหาทางข้ามน้ำไปยังฝั่งแผ่นดินใหญ่ให้ได้ แต่จะทำยังไงเมื่อในน้ำก็มีจระเข้ยักษ์คอยดักซุ่มโจมตีพวกเขา
Primeval : โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก
คิดว่าหลายๆคน น่าจะเคยดูและรู้จักเรื่องนี้ เพราะมันเป็นการนำเอาเรื่องจริงของ จระเข้กินคนแห่งลุ่มน้ำบุรันดี้ในแอฟฟริกาอย่างเจ้า "กุสตาฟ" มาใช้ และแน่นอนว่า CG ทำเอาเหมือนหนัง เกรด B ทั่วไปจริงๆ เวอร์เกินจริง และเนื้อเรื่องเน้นเกี่ยวกับความขัดแย้งทางชนชาติ และศาสนามากเกินไป กุสตาฟในเรื่องก็ทำเอาผมไม่อยากเชื่อว่า จระเข้วิ่งในทุ่งหญ้าแห้งได้ไวขนาดนั้นเลยหรือ ?? ด้วยเรื่องนี้ แทนที่จะสร้างกิตติศัพท์ความดุร้ายให้เจ้าของตำนานที่ทุกวันนี้ ก็ยังคงมีชีวิตอยู่อย่างเจ้ากุสตาฟ กลับกลายเป็นสร้างความมึน และชวนง่วงให้กับคนดูซะเอง
Blood Surf : โคตรไอ้เข้ อสูรกาย 100 ปี
ในเรื่องกล่าวถึงกลุ่มนักถ่ายทำสารคดีแนว Survivor ที่ต้องการจะถ่ายทำการเล่นเซิร์ฟท่ามกลางฝูงฉลาม แต่ฝูงฉลามดันโดนวัตถุบางอย่างกัดกินแบบสยดสยอง และแล้ว ตัวการที่ทำให้การถ่ายทำต้องชะงักก็ปรากฏตัวขึ้นมานั่นก็คือ จระเข้น้ำเค็มขนาดยักษ์ อายุร่วมๆ 100 ปี และมีชื่อเรียกแสนน่ารักว่า "ซอลตี้" มันมีจุดอ่อนคือ มันไม่สามารถที่จะลงไปในน้ำจืดได้ หนังเรื่องนี้ เนื้อเรื่องก็ยังพอได้ลุ้น แต่เมื่อเห็นภาพ CG และหุ่นจระเข้แล้ว แทบอยากจะกดเอาแผ่นออกจากเครื่อง แล้วนำไปเล่นเป็นจานร่อนในทันที
เรื่องนี้ดีจุดเดียวคือ สาวๆในเรื่องเซ็กซี่มาก !!

จากซ้ายไปขวา
Dinocroc : ไดโนเสาร์พันธุ์จระเข้
เรื่องนี้ค่อนข้างยึดติดแนวคิดตามหนังเกรด B หรือเกรด C แบบเก่าๆพอสมควรคือ ตัดต่อพันธุกรรมแล้ว พลาด ควบคุมสัตว์ไม่ได้ ทำให้สัตว์ทดลองฆ่าเจ้าหน้าที่และหลุดออกไปแฝงตัวในจุดต่างๆ อย่างในเรื่อง เป็นการสะกัด DNA ของจระเข้กับไดโนเสาร์กินเนื้อ เข้าด้วยกัน ทำให้มันมีกล้ามเนื้อส่วนหัวเข่าและน่องที่แข็งแรงเหมือน T-Rex สามารถวิ่งบนบกได้เร็ว และว่ายน้ำได้เพราะมีเท้าที่เป็นพังผืดของจระเข้ กับหางที่ยาวและใหญ่โต และก็ตายอนาถเพราะโดนรถไฟชนในตอนท้าย และก็ยังอุตส่าห์ทิ้งร่องรอยภาคต่อไว้ที่ การปรากฏตัวของไอ้เคี่ยมร่างผสมอีกตัวหนึ่ง ตามแบบฉบับหนังเกรด B สำหรับเรื่อง CG ก็จัดว่า ดีกว่าหนังจระเข้หลายเรื่อง แต่ก็ไม่อาจจะไปเทียบเคียงพวก Lake Placid หรือ Rogue ได้
Supergator : โคตรเข้เขี้ยวอสูร
ตอนแรกผมอดนึกไม่ได้ ที่ได้แผ่นเรื่องนี้มาดู เพราะรูปร่างหน้าตาไอ้เข้ตัวนี้ ช่างเหมือนกับไดโนคร็อกมากทีเดียว แต่เมื่อดูค่ายที่ผลิต อ้อ ... คนละคายกัน แค่ฝ่าย Art เล่นตลก ทำให้ดูคล้ายๆกัน โดยจระเข้ในเรื่อง ไม่ได้เป็นจระเข้พันธุ์ผสมเหมือน Dinocroc แต่แม่เจ้า เป็นการโคลนนิ่งจระเข้สายพันธุ์โบราณที่มีชีวิตอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์อย่าง "โฟโบซุคัส" ขึ้นมาเพื่อวิจัย แต่แล้วก็ใช้มุขเก่าคือ หลุดออกมาไล่ล่าคนบนเกาะฮาวายครับ และที่สำคัญ จระเข้ตัวนี้ทำให้ผมมึนยิ่งกว่าเดิมคือ มันเป็นจระเข้หรือว่าเสือชีต้าฟะ วิ่งเร็วโคตรๆ และเรื่อง CG ก็ไม่ต้องสนใจครับ ไม่เนียนเลย คลาสต่ำกว่าเรื่อง Dinocroc อีกตะหาก
Dinocroc Vs Supergator : สงครามโคตรเคี่ยมล้านปี
ในที่สุด หลังจากมีกระแสเรื่องความเหมือนของหนังจระเข้ตัดต่อพันธุกรรมสองเรื่องอย่าง Dinocroc กับ Supergator เลยมีค่ายหนึ่ง จัดเอาไอ้สองตัวนี่มาเจอกันซะทีครับ แน่นอนว่า ไอ้สองตัวนี่ถูกเพาะพันธุืในสถาบันวิจัยที่เดียวกัน แล้วดันหลุดออกมาแยกย้ายกันไปฆ่าคน ก่อนที่ใกล้จบเรื่อง มันสองตัวก็ได้มาเจ๊อะกันเสียที และได้ดวลกันแบบตัวต่อตัว ส่วนใครชนะแพ้นี่ แนะนำว่าลองไปหาดูครับ แต่เรื่องนี้ CG พอดูโอเคกว่าหนังต้นแบบก่อนนำมาปะทะกันเยอะ !!

จากซ้ายไปขวา
ผมบอกเลยว่า คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก วรรณคดีเรื่องนี้ "ไกรทอง" และนี่เป็นแบบที่ผมเก็บสะสมไว้ครับ
ไกรทอง : ซีรี่ย์ช่อง 7 ฉายตอนเช้าวันเสาร์ - อาทิตย์ตอนปี 2538
เรื่องนี้ ผมอาศัยโหลดจาก Youtube มาอัดลง DVD เอาเองแหละครับ ก้ไม่ค่อยแปลกจากตำนานเท่าไหร่ แค่เพิ่มเติมตัวละคร และเหตุการณ็บางอย่างให้ดูสนุกขึ้นตามแบบ ซีรี่ย์หนังไทยของค่ายสามเศียร ข่อง 7 สีในสมัยก่อน แต่ไม่ทำยืดเยื้อชวนเซ็งเหมือนสมัยนี้ แต่ที่ยังคงคลาสสิกก็คือ เสียงคำรามของชาละวัน ก็ใช้เสียงคล้ายๆคนท้องเสียและครับ "โครก.... ครืด" ซึ่งซาวน์เอ็ฟเฟ็กต์นี้ ใช้มาตั้งแต่ไกรทองยุคที่สรพงษ์เล่นยันหนังไอ้เข้ยักษ์ของไทยหลายๆเรื่องเลยทีเดียว
ไกรทอง : ฉบับหนังโรง 2544
ฉบับหนังโรง ผมว่ามัน "ยอดแย่" จริงๆ เพราะเหมือนจงใจขายฉากการมีเซ็กซ์ระหว่างไกรทองกับบรรดาเมียชาละวันมากกว่า จะเรียกว่าเป็นหนัง R ก็ไม่ผิด และจระเข้ในเรื่อง หุ่นยังพอน่าดุว่าเหมือนจริง แต่ CG นี่ผมบอกเลยว่า ถ้าทำได้แค่นี้ อย่าทำซะจะดีกว่าครับ เนื้อเรื่องก็แย่ ทำเอาตำนานวรรณคดีที่มีชื่ออย่างไกรทอง ป่นปี้หมด CG ก็ห่วย โดยรวมคือ ไม่ไหวครับ !!
ไกรทอง : ซีรี่ย์การ์ตูนของค่าย Broadcast ฉายทางช่อง 3 ครั้งแรกปี 2545 - 2546
เป็นการ์ตูนวรรณคดีที่ผมติดตามดูทุกตอน มีทั้งฮา ทั้งน่ารัก ปะปะกันไป แต่ก็ใช้เนื้อเรื่องตามวรรณคดีจริงเป็นหลัก ดูโดยรวมคือ ให้ 8 เต็ม 10 ครับ ติดที่ว่า ซาวน์ไม่ค่อยเข้ากับภาพบางฉากเท่าไหร่นัก
ไกรทอง : เวอร์ชั่นเก่า ปี 2516
หนังของอีตาสมโพธิ แสงเดือนฉาย นั่นแหละครับ ก็ไม่มีไรมาก ไม่แตกต่างจากวรรณคดีเลย แต่นักแสดงนี่ แสดงได้สมบทบาทครับ ทั้งสรพงษ์ ชาตรี หรือ สมบัติ เมทะนี

จากซ้ายไปขวา
Killer Crocodile : สัตว์อมตะ ลุ่มน้ำอำมหิต
หนังแนวจระเข้ยักษ์โดนสารเคมี ทำให้ตัวใหญ่ขึ้น เนื้อเรื่องจัดว่าสนุกดีเหมือนกัน ภาพที่ถ่ายก็ดูเหมือนหนังเกรด B ยุค 80 ประมาณนั้นครับ พระเอกก็ดูเท่ดี แต่อยากให้ทำใจเรื่องตัวจระเข้ครับ เพราะเรื่องนี้ เป็นหนังปี 1989 ยุคนั้น CG ยังไม่บูมเท่าไหร่ ตัวจระเข้เป็นหุ่นทื่อๆ แต่เนื้อเรื่อง ผมว่าสนุกทีเดียว เนื้อเรื่องพูดถึง กลุ่มนักศึกษาที่มาสำรวจแหล่งน้ำในแม่น้ำแห่งหนึ่ง แล้วพบว่ามีจระเข้ยักษ์ที่ซึ่งเ)้นจระเข้ตามแหล่งน้ำธรรมชาตินี่แหละ โดนสารเคมีเข้าไปทำให้ตัวใหญ่ขึ้น พวกเขาเลยต้องร่วมมือกับพรานจระเข้พื้นเมืองเพื่อล่าตัวมัน แต่ตอนจบก็ยังทิ้งท้ายเหมือนจะมีภาคต่อก็คือ มีไข่ฟองหนึ่งริมแม่น้ำกำลังฟัก และก็มีลูกจระเข้ฟักออกมา
Killer Crocodile 2 : สัตว์อมตำ ลุ่มน้ำอำมหิต 2
ภาคต่อครับ ใช้พระเอกคนเดิม เหตุการณ์ห่างจากภาคแรกไม่นานเท่าไหร่ จระเข้ก็คือ ไอ้ตัวที่ฟักออกจากไข่นั่นแหละครับ เติบโตขึ้นแล้วไปโดนสารเคมีเหมือนที่แม่มันโดน

จากซ้ายไปขวา
Crocodile : งาบ...พันธุ์สยองโลก
ขอใช้ชื่อเก่านะครับ แม้ว่าค่าย ST Video จะโมชื่อใหม่เป็น Crocodile Super Attack แต่เนื้อเรื่องมันเป็นเรื่อง Crocodile ปี 2000 แน่นอนครับ 100% และแน่นอนว่าผมเคยเช่าวิดีโอชนโรงมาดูตอนช่วงหนังฉายน่ะแหละ เนื้อเรื่องก็กล่าวถึงกลุ่มนักศึกษาจากเมืองกรุง มาเที่ยวทะเลสาบในมิชิแกน และไปเผลอขโมยไข่ของจระเข้แม่น้ำไนล์ขนาดใหญ่ เลยทำให้มันตามล่าพวกเขา เรื่องนี้ CG ก็ไม่เนียนเหมือนเดิม หุ่นก็ทำแข็งๆ แต่เรื่องความโหด ดิบ สยองนี่จัดว่าใช้ได้เลย
Crocodile 2 : งาบ 2 ... เขี้ยวสยองขย้ำโลก
เป็นภาคต่อครับ แต่เหตุการณ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ตัวละครเป็นคนใหม่ เรื่องใหม่ทั้งหมด เนื้อเรื่องคือ กลุ่มโจรที่ปล้นแบงค์ได้คิดหนีออกนอกประเทศ และทำการไฮแจีคเครื่องบิน และเผลอยิงไปโดนปุ่มควบคุม ทำให้เครื่องบินตกลงไปในบึงวกา้งใหญ่แห่งหนึ่ง ผุ้โดยสารตายจากเครื่องบินตกแทบทั้งลำ เหลือรอดไม่กี่คน และพวกเขาก็พบจระเข้ยักษ์ตัวหนึ่ง มาคาบกัปตันเครื่องบินไปกิน แต่พวกโจรที่เจือกรอดมา ดันฆ่ามันได้ แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะมันเป็นการสร้างความแค้นอันใหญ่หลวงให้กับจระเข้ขนาด 30 ฟุตที่เป็นคู่ของมันอีกตัวหนึ่ง มันเลยตามล่าพวกเขานั่นเอง
ด้าน CG จัดว่า แย่เหมือนเดิม หุ่นเข้าฉากก็ด้วย อีกทั้งเนื้อเรื่องบางส่วนก็ยังเวอร์เกินความจริง อย่างเช่น จระเข้อะไรครับ สามารถทะยานตัวขึ้นงับเฮลิคอปเตอร์จนตกได้

จากซ้ายไปขวา
Dinocroc : ไดโนเสาร์พันธุ์จระเข้ (VCD)
Alligator 2 The Mutation : โคตรไอ้เคี่ยม 2 พันธุ์อำมหิต
ผมคิดว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินหรือได้ดูหนังจระเข้ที่เป็นตำนานเรื่องหนึ่งคือ มันเป็นลูกจระเข้ที่ถูกปล่อยลงไปในท่อแล้วมันก็โดนสารเคมีจนทำให้มันตัวใหญ่ขึ้น และมันก็ทะลุฟุตบาทขึ้นมาบนพื้นถนน และล่าคน ใช่ครับ นั่นคือภาคแรก และภาค 2 นี่ก็เหตุการณ์คล้ายๆกันคือ ผ่านไป 10 ปีจากภาคแรก ในฉากจบของภาคแรก ภาพจะฉายฉากที่มีลูกจระเข้พึ่งฟักออกจากไข่ กำลังกินสารเคมีที่หยดลงมาในท่อระบายน้ำ นั่นแหละครับคือรอยต่อของเหตุการณ์จากภาคแรก เพราะภาคสองนี่ดันมีลูกจระเข้ที่หลุดเข้าไปในท่อแล้วโดนสารเคมีเข้าไปอีก มันเลยโตแล้วขึ้นมาอาละวาดบนพื้นถนนเหมือนรุ่นแม่มันนั่นแหละครับ
หุ่นจระเข้ก็ดูคลาสสิกเช่นเดิม ไม่มีการใช้ CG เพราะจัดเป็นหนังยุคเก่า ปี 1990 ครับ แต่ภาคแรกฉาย ปี 1980 ห่างกัน 10 ปีพอดีเป๊ะ ผมมีแต่แบบที่โหลดมาดูเลยไม่ได้ถ่ายภาพตัวแผ่นไว้

จากซ้ายไปขวา
จระเข้ผีสิง
ภาพยนตร์จระเข้ยักษ์ของคนไทยครับ เนื้อเรื่องผมว่าค่อนข้างบ้าบอคอแตกพอสมควร เพราะมีเหตุการณ์ที่ว่า มีจระเข้ยักษ์หลุดเข้ามาในคลองในจังหวัดแห่งหนึ่งแล้วก็ล่าคนเป้นอาหารตามสเต็ป แล้วมันได้ไปกินสาวชาวบ้านรายนึงที่เป็นนางเอก !? แล้ววิญญาณของนางเอกก็ไปสิงอยู่ในจระเข้
เป็นเหตุให้พระเอกกับเพื่อนต้องพยายามไล่ล่าจระเข้ตัวนี้ และมารู้จากหมอผี ที่ทำหน้าที่ปราบไอ้เข้ควบไปด้วย มาบอกว่า วิญญาณของนางเอก สิงอยู่ในร่างจระเข้ยักษ์นี่ ต้องดึงวิญญาณนางเอกออกมาและจับลงหม้อถ่วงน้ำก่อน (หนังผีหรือหนังจระเข้ยักษ์กันแน่ฟะ เลอะเทอะไปหมด) พอจับวิญยาณนางเอกลงหม้อได้สำเร็จ
ก็เป็นหน้าที่ของพระเอกกับเพื่อนที่จะตามล่าไอ้เข้ยักษ์ตัวนี้แหละครับ เรื่องนี้ก็แสดงโดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นั่นเอง ซึ่งพี่ท๊อปแกก็มีประสบการณ์ในการเล่นหนังแนวจระเข้ยักษ์มาแล้วก็คือ ไอ้ด่างเกยชัยของปี 2531
จระเข้
ไม่รู้จะตั้งชื่ออะไรแล้ว เลยตั้งว่าจระเข้ขึ้นมาโดดๆเลยซะงั้น แถมหนังนี่ก็เป็นของอีตาสมโพธิเจ้าเก่าแหละครับ ตอนแรกที่ผมได้ดูนี่ก็ตื่นเต้นะครับ ตอนที่ฉายไตเติ้ลและบอกชื่อคนเขียนบทเป็น อ.ชาลี เอี่ยมกระสินธ์ เจ้าพ่อนิยายแนวเดินป่าของเมืองไทย ซึ่งผมชอบอ่านนิยายของ อ.ชาลีแกมากๆ
ก็รู้สึกตื่นเต้นสิครับ แต่พอได้ดูนี่บอกตรงเลยครับ "ห่วย!!" ผมไม่รู้ว่า อ.ชาลีแกโดนอีตาสมโพธิ ไซโคอะไรมารึเปล่า เพราะผมจำได้ว่าเคยอ่านบทความจากในหนังสือ "สวนสัตว์ประหลาด" บอกว่า ช่วงหนึ่งปีก่อนหน้าที่หนังเรื่องนี้จะฉายในเมืองไทย ทางเมืองนอกก็พึ่งฉายหนังเรื่อง Jaws ไปครับ
ทางเราเลยอยากเอามั่ง เลยไปเอาหุ่นจระเข้บังคับวิทยุที่ใช้ตอนถ่ายทำไกรทอง มาทำหนังจระเข้ยักษ์ซะเลย แต่เนื้อเรื่องโดยเฉพาะตอนสุดท้ายที่ไปล่าไอ้เข้ยักษ์กลางทะเลนี่บอกตรงๆเลยว่า "ลอก Jaws มาทั้งดุ้น !!" แถมโปรโมตซะว่าไปเอาดาราเกาหลีชื่อดังมาเล่น ผมว่าเอามาโชว์ก้น โชว์นมตอนต้นเรื่องเท่านั้นแหละครับ เพราะเจ๊แกถูกงาบไปตั้งแต่ต้นๆเรื่องแล้ว
เนื้อเรื่องก็ประมาณว่า มีฟ้าผ่าลงมาที่ต้นมะพร้าวแล้วเป็นเหตุให้น้ำทะเลปั่นป่วน พี่เข้แกเลยตื่นขึ้นมา (ก๊อตซิลล่าป่าวฟะ) แล้วเข้ามาอาละวาดที่อ่าวพัทยา ก่อนจะลุยเข้าไปที่ตลาดน้ำแล้วทำลายจนเรียบ พระเอกกับเพื่อน แค้นจัดที่ลูกเมียโดนมันกินหมด เลยต้องออกล่าครับ
The Brutal River : โคตรเพชฌฆาต
ตำนานจริง ของแท้ครับสำหรับเรื่องนี้ เพราะเอาเหตุการณ์จริงในปี 2507 ที่ทางทหารต้องล่าจระเข้ยักษ์พันธุ์ลูกผสม "ไอ้ด่างบางมุด" ที่อาละวาดอยู่ในคลองบางมุด จังหวัดชุมพร มาทำเป็นภาพยนตร์ ซึ่งผมเองก็ยอมรับนะว่า CG ที่ให้บริษัททางฮ่องกงทำนี่ ห่วยแตกมาก หุ่นจระเข้ก็หน้าตาตลกๆ แต่เนื้อเรื่องผมว่าโอเคเลยทีเดียว แม้ว่าจะโฟกัสไปที่คู่เพื่อนพระเอกกับน้องนางเอกมากกว่าก็ตาม
แต่เพราะหนังและเหตุการณ์จากเรื่องนี้ ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจมากยิ่งขึ้นที่จะเขียนนิยายจระเข้ยักษ์สักเรื่องหนึ่งออกมาครับ
Lake Placid 2 : ฝูงโคตรเคี่ยมบึงนรก (VCD)

จากซ้ายไปขวา
ไอ้ด่างเกยไชย โคตรจระเข้
เป็นสารคดีของ GM ที่ไปสัมภาษณ์ลูกหลานที่มีญาติตกเป็นเหยื่อ หรือมีปู่ย่าเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ไอ้ด่างตัวนี้ คนละตัวกับไอ้ด่างที่อาละวาดที่ชุมพรครับ แต่เป็นไอ้ด่างที่เขาร่ำลือกันว่า หัวพาดอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ แต่หางมันพาดยาวอยู่ฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ เป็นตำนานที่ชาวนครสวรรค์เขายืนยันว่าเป็นเรื่องจริงครับ แต่มันก็ร่วมๆ 100 ปีแล้ว
Blue Planet ชุดจระเข้
เป็นสารคดีของ GM เช่นเดิม เพียงแต่ DVD แผ่นนี้ ยำเอา VCD สารคดีที่เกี่ยวกับจระเข้ที่ GM เคยผลิตออกมาในอดีตหลายๆแผ่น หลายๆเรื่องมาโมรวมกันเป็นชุดเดียวกันครับ
คุณภาพของภาพ เทียบเท่าต้นฉบับ VCD หรือ VHS แบบเดิม

จากซ้ายไปขวา
ล่า ... ไอ้เคี่ยมด้วน
ผมไปเจอหนังสือเล่มนี้ในกองหนังสือที่สายใต้ใหม่ ทำเอาผมตื่นเต้นมาก มันเป็นสารคดีกึ่งนิยายที่นำมาจากเรื่องจริงครับ เกี่ยวกับจระเข้ยักษ์ดุร้าย ที่อาละวาดอยู่ทางใต้ของประเทศไทยที่ปากพนัง ผมอ่านแล้วรู้สึกขนลุกเลยครับ ก่อนหน้ารุ่นไอ้ด่างที่ชุมพร ก็ยังมีเรื่องของ "ไอ้แหว่ง" กับ "ไอ้ด้วน" ที่โหดร้ายพอๆกันอยู่
แค่นี้ก็เป็นข้อมูลชั้นดีให้ผมลองศึกษาเพื่อเขียนแล้วครับ
Alligator : เพชฌฆาตบึงมรณะ
เล่มนี้เป็นนวนิยายจระเข้ยักษ์ของแท้เลยแหละครับ ซื้อจากร้านขายหนังสือเก่าออนไลน์ ราคา 200 จากราคาปกจริง 30 บาท แต่จะแพงก็ช่าง ขอแค่ได้มันมาอ่านก็พอแล้ว และก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังครับ ได้อารมณ์ดิบๆ เสียวไส้ สยองขวัญครบครันทีเดียว
จริงๆ ยังมีข้อมูลและของสะสมที่เป็นเกี่ยวกับภาพยนตร์ไอ้เข้ยักษ์อีกเยอะ ที่ถ่ายนี่ ส่วนใหญ่คือผมเอามาจากบ้าย มาไว้ที่หอแหละครับ อย่างพวกคอลัมน์ล่าจระเข้ยักษ์ ที่ลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐปี 2542 คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล ของต่วยตูนที่เขียนเรื่อง ไดโนซุคัส กับ ชาร์โคซุคัสลงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐปี 2542 การ์ตูนไกรทองของบูรพัฒน์ 13 เล่ม (เล่มอวสานโดนดอง) กับไกรทองของ คอมมิคเควสต์ (8 เล่มจบ) สารคดีจระเข้อีกนับไม่ถ้วน กองไว้เต็มห้องที่บ้านเลยครับ แต่แค่นี้ ก็เพียงพอให้ผมสามารถเขียนงานที่ผมภาคภูมิใจว่าได้ทำอย่างเต็มที่ ออกมาแล้วล่ะครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น